โหรา

Posted on - 12 สิงหาคม, 2016 by - ไม่ให้ใส่ความเห็น

โหรา

ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalomena aromatica
วงศ์ : Araceae
ชื่อสามัญ : โหรา
ชื่ออื่น : คูน กระดาดขาว กระดาดดำ ออดิบ
ลักษณะ: ไม้ล้มลุก ต้นแตกกอเป็นพุ่มกว้าง สูงกว่า 1 เมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ก้านใบสีดำเป็นมัน
ส่วนที่เป็นพิษ: น้ำยางจากทุกส่วนของต้นและเมล็ด
สารพิษ: Calcium Oxalate ลักษณะผลึกเป็นรูปเข็ม ไม่ละลายน้ำ (bundle of the needle like crystals ; raphides) ส่วนที่มีผลึกมาก คือ น้ำยางใสจากทุกส่วนของต้น โดยเฉพาะลำต้น และใบ
อาการพิษ :หลังจากรับประทานแล้ว จะมีอาการระคายเคืองในลำคอ ปากและลิ้น ทำให้ลิ้นแข็ง ไม่สามารถพูดได้

Category - Araceae

ตาตุ่มทะเล

Posted on - 07 สิงหาคม, 2016 by - ไม่ให้ใส่ความเห็น

ตาตุ่มทะเล

ชื่อวิทยาศาสตร์: Excoecaria agallocha L.
วงศ์ : Euphorbiaceae
ชื่อสามัญ : Blind Your Eyes
ชื่ออื่น : ตาตุ่ม ตาตุ่มทะเล (กลาง) บูตอ (มลายู-ปัตตานี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น ใบใหญ่หนาทึบ รูปร่างขอบขนาน ปลายแหลมมน ใบติดกับกิ่งแบบเวียน มีผิวมัน ดอกออกเป็นช่อเรียวยาว ตามโคนและก้านใบ ลำต้นและส่วนต่างๆ มียางขาว ขึ้นตามชายน้ำ ป่าชายเลน
ส่วนที่เป็นพิษ : ยางจากต้น และสารจากต้น
สารพิษ : oxocarol, agalocol, isoagalocol ellagic acid, gallicacid
การเกิดพิษ : ยาง หรือควันไฟจากการเผาไหม้ตาตุ่มทะเลเข้าตา จะทำให้ตาเจ็บ ถ้ามากอาจทำให้ตาบอดได้ถ้าหอยปูไปเกาะไม้ตาตุ่ม เมื่อนำมารับประทานจะทำให้เกิดอาการพิษ ท้องเสียอย่างรุนแรง อาเจียน
การรักษา : ล้างน้ำยางออกจากผิวหนังโดยใช้สบู่ และน้ำอาจให้ยาทา สเตียรอยด์ ถ้ารับประทานเข้าไปให้เอาส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมออกใช้ activated charcoal ล้างท้อง หรือทำให้อาเจียร และรักษาตามอาการ

Category - Euphorbiaceae

มะม่วงหิมพานต์

Posted on - 07 สิงหาคม, 2016 by - ไม่ให้ใส่ความเห็น

มะม่วงหิมพานต์

ชื่อวิทยาศาสตร์: Anacardium occidentale L.
วงศ์ : Anacardiaceae
ชื่อสามัญ : Cashew Nut Tree
ชื่ออื่น : กะแตแก (มลายู-นราธิวาส) กายี ตำหยาว ท้ายล่อ ส้มม่วงชูหน่วย (ภาคใต้) นายอ (มลายู-ยะลา) มะม่วงกาสอ (อุตรดิตถ์) มะม่วงกุลา มะม่วงลังกา มะม่วงสิงหน มะม่วงหยอด (ภาคเหนือ) มะม่วงทูนหน่วย ส้มทูนหน่วย (สุราษฎร์ธานี) มะม่วงยางหุย มะม่วงเม็ดล่อ (ระนอง) มะม่วงไม่รู้หาว มะม่วงหิมพานต์ (ภาคกลาง) ยาร่วง (ปัตตานี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 6-10 เมตร ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวแบบเรียงสลับ ขนาดกว้าง 7.5-10 เซนติเมตร โคนใบแหลม ปลายใบมน ช่อดอกยาว 15-20 เซนติเมตร โดยแตกออกจากซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกเริ่มแรกจะมีสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพู มีการพัฒนาฐานรองดอกให้ขึ้น มีลักษณะคล้ายผลชมพู่ สีเหลืองแกมชมพู แล้วค่อยเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง เนื้อในนิ่ม ที่ปลายจะมีผลติดอยู่เป็นรูปไต ลักษณะเปลือกแข็ง สีน้ำตาลแกมเทา ยาว 2.5-3 เซนติเมตร ความแตกต่างของฐานรองดอก หรือขั้วผล ทำให้แบ่งมะม่วงหิมพานต์ออกเป็น 3 varieties คือ Americanum ซึ่งลักษณะก้านชูอับเรณูยาว ไม่มีอับเรณู ขั้วผลโตกว่าผลจริง 10 เท่า และ Indicum ซึ่งก้านชูอับเรณูยาวเช่นกัน แต่มีอับเรณูหนา และขั้วผลโตกว่าผลจริงประมาณ 3 เท่า ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
ส่วนที่เป็นพิษ : ยางจากผล
สารพิษ : resin, diterpene ester
การเกิดพิษ : ถ้าถูกยางจากผลทำให้เกิดบาดแผลพุพองต่อผิวหนัง ถ้ารับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองรุนแรงต่อปาก ลิ้น คอ และหลอดลมอักเสบ
การรักษา :ถ้าน้ำยางถูกภายนอก ต้องล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วล้างเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ช่วยให้น้ำยางออกมมากยิ่งขึ้น ถ้ามียาที่เข้าสเตียรอยด์ใช้ทา ถ้ารับประทานเข้าไป ให้ใช้ activated charcoal (ถ่าน) รับประทาน ล้างท้องหรือทำให้อาเจียน ถ้าอาการหนักให้ส่งโรงพยาบาล

Category - Anacardiaceae

โพทะเล

Posted on - 02 สิงหาคม, 2016 by - ไม่ให้ใส่ความเห็น

โพทะเล

ชื่อวิทยาศาสตร์: Thespesia populnea L. Soland.ex Corr.
วงศ์ : Malvaceae
ชื่อสามัญ : Cork tree, Portia tree, Rosewood of Seychelles, Tulip tree
ชื่ออื่น : บากู (มลายู-นราธิวาส) ปอกะหมัดไพร (ราชบุรี) ปอมัดไซ (เพชรบุรี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็กสูง ๘ – ๑๒ เมตร ลำต้นโค้ง แตกกิ่งในระดับต่ำเรือนยอดแผ่กว้าง ค่อนข้างหนาทึบ เปลือกเรียบสีเทาอ่อน หรือขรุขระมีรอยแตกตามยาวเป็นร่องลึก ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปคล้ายหัวใจ
ประโยชน์ : เนื้อไม้ สีน้ำตาลอมแดงคล้ำ มีริ้ว สีอ่อนและแก่กว่าสีพื้นสลับ เสี้ยนเป็นคลื่นบ้างเล็กน้อย เนื้อละเอียดพอประมาณ เหนียวมาก แข็ง ทนทาน เลื่อยไสกบตบแต่งง่าย ขัดชักเงาได้ดี ใช้ทำเครื่องเรือน กระดานพื้น เครื่องกลึง ด้ามเครื่องมือ เครื่องดนตรี พานท้ายปืน รางปืน ทำแจว พาย กรรเชียง ทำไม้คิวแทงบิลเลียด เปลือก ใช้ตอกหมันเรือ ทำเชือก สายเบ็ด เปลือกและเนื้อไม้มีสารที่เรียกว่าน้ำฝาด นอกจากนี้ยังใช้เป็นสมุนไพร ผล และใบ ใช้ตำพอกแก้หิด น้ำต้มจากเปลือกใช้ชะแผลเรื้อรัง ราก ใช้กินเป็นยาบำรุง
ส่วนที่เป็นพิษ : ยางจากต้น เปลือก
การเกิดพิษ : ถ้าเข้าตาทำให้ตาบอดได้ เปลือกมีฤทธิ์ทำให้อาเจียน

Category - Malvaceae

Recent Post

เสื้อผ้าแฟชั่น